กาแฟทำให้เรา "ตาสว่าง"



ภาพจาก Google

สมัยยังเรียนสิ่งที่ทำให้ตาสว่างมากที่สุดและใช้อยู่บบ่อยครั้งคงต้องเป็นกาแฟ โดยเฉพาะช่วงเวลาใกล้ๆสอบเป็นช่วงเวลาที่เราต้องอ่านหนังสือดึก ๆ ดื่น ๆ  อยู่บ่อยครั้ง



ภาพจาก Google




ภาพจาก Google


ยิ่งวิชาที่ยากๆ แล้วเราจะต้องทำความเข้าใจทำให้เราต้องอ่านหนังสือเยอะมาก และสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราตาสว่างขึ้น และอ่านหนังสือได้นาน ๆ ก็คงไม่พ้นเจ้ากาแฟดำๆ กลิ่นหอม ๆ และไม่มีน้ำตาล เป็นเครื่องที่เราจะชงดื่มอยู่เป็นประจำ




 
ภาพจาก Google


การอ่านหนังสือของเราจะเริ่มอ่านช่วงตอนหัวค่ำไปจนถึงช่วงดึกๆประมาณตีหนึ่งถึงตีสองหรือไม่ก็จะอ่านจนกว่าจะเข้าใจในเนื้อหาของวิชานั้น ๆ  แต่ก็ไม่ได้อ่านทุก ๆ วัน แต่จะอ่านทุก ๆวันช่วงใก้ล ๆ เราวันสอบเราอ่านหนังสือหนักทุกวัน



ภาพจาก Google


ดังนั้นการที่เราได้ดื่มกาแฟเข้าไปจะทำให้เราตื่นทำให้อ่านหนังสือไปจนดึก ๆ ได้โดยไม่รู้สึกง่วงนอนเลย เราจะเริ่มใช้วิธีนี้ก่อนจะสอบประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก่อนสอบ พอถึงช่วงสอบการอ่านหนังสือของเราจะเบาลง เพราะเราต้องการให้สมองของเราได้ทบทวนเนื้อหาเท่านั้นไม่อยากนอนดึก ๆ ตี่นเช้า ๆ สมองจะได้สดใส เตรียมพร้อมเข้าห้องสอบ



ภาพจาก Google


ขอจันทร์



ภาพจาก Google

ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง บางคนมองพระจันทร์ในความสวยงาม หรือบางคนอาจจะขอพรให้พระจันทร์ช่วย โดยส่วนตัวแล้วจะมองแค่ความสวยงามไม่เคยขอพรจากพระจันทร์เลยสักครั้ง แต่จำได้ว่าช่วงวัยเด็กน้อยๆ ตอนเกิดราหูอมจันทร์ เราได้ตามผู้ใหญ่ไปช่วยจันทร์ ตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องราหูอมจันทร์คืออะไร เพียงแต่รู้ว่าผู้ใหญ่บอกให้ไปช่วยเราก็ตามไปช่วยพระจันทร์ไล่พระราหูที่กำลังอมดวงจันทร์อยู่ให้คายพระจันทร์ออกมา โดยการตีถ้วย ชาม กะละมัง หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเสียงดัง แล้วส่งเสียงช่วยว่า “จันทร์เจ้าขา ช่วยจันทร์เจ้าเหอ” พอโตขึ้นมาถึงได้รู้ว่านี้เป็นปรากฏการทางธรรมชาติ ที่เรียกว่าจันทรุปราคา ความเชื่อที่ช่วยจันทร์เป็นเรื่องราวสมัยปู่ย่า ตอนนี้ไม่ได้เห็นอีกแล้ว เราไม่มีเรื่องที่จะขอพรจากพระจันทร์ แต่มีบทเพลงหนึ่งที่เราชื่นชอบนั้นก็คือเพลง…..


ขอจันทร์




ขับร้องโดยคุณวิยะดา โกมารกุล ณ นคร

 
จันทร์เจ้าเอ๋ย จะไม่ขอข้าวแกงแหวนใด
ไม่ใส่ใจ... ไม่ขอวอน จากดวงจันทร
แม้ขอจันทร์.ดั่งใจฝันอย่างนั้นได้จริง
มีสิ่งเดียวที่คิดจะอยากขอจันทร์
จะขอ ให้มีแค่ใครคนหนึ่ง
ที่จะไม่ทำให้ช้ำ และไม่ทำให้เราเศร้าใจ
อยากจะเพียงขอ ให้มีซักคนเคียงใกล้
ให้เขามีความจริงใจ และไม่คิดจะทำร้ายกัน
จันทร์เจ้าเอ๋ย ข้าเคยถูกคนทิ้งไป
ทำให้ใจ ต้องร้าวรานอยู่เสมอ
แม้ขอจันทร์ ได้ดังฝันก็คงได้เจอ
เจอกับใคร ที่เขามีใจให้จริง
จะขอให้มีแค่ใครคนหนึ่ง
ที่จะไม่ทำให้ช้ำ และไม่ทำให้เราเศร้าใจ
อยากจะเพียงขอ ให้มีซักคนเคียงใกล้
ช่วยซับน้ำตา ปลอบโยนเมื่อยามใจเหงา
ยามที่เราผิดหวัง มีไหม...
จะขอ ให้มีแค่ใครคนหนึ่ง
ที่จะไม่ทำให้ช้ำ และไม่ทำให้เราเศร้าใจ
อยากจะเพียงขอ ให้มีซักคนเคียงใกล้
ให้เขามีความจริงใจ และไม่คิดจะทำร้ายกัน
จะขอให้มีแค่ใครคนหนึ่ง
ที่จะไม่ทำให้ช้ำ และไม่ทำให้เราเศร้าใจ
อยากจะเพียงขอ ให้มีซักคนเคียงใกล้
ช่วยซับน้ำตา ปลอบโยนเมื่อยามใจเหงา
ยามที่เราผิดหวัง.ขอจันทร์
 
 




"แอบรัก"

 


ภาพจาก Google


ความรู้สึกของการแอบรักครั้งแรกของเด็กมัธยมต้นกับความรู้สึกของการหลงรักรุ่นพี่มัธยมปลาย  พี่นักเรียนคนเก่ง เราขอเรียกพี่คนนั้นว่าพี่ปูก็แล้วกัน  เราเริ่มสนใจพี่ปูตั้งแต่ได้เห็นความเก่งของพี่ปูในการแข่งขันบาสเก็ตบอลของโรงเรียน ซึ่งนการแข่งครั้งนั้นทำให้เราได้รู้จักกับชื่อของพี่ปูครั้งแรก



ภาพจาก Google

พี่ปูเล่นได้เก่งมากๆ พอเริ่มสนใจเราก็เลยแอบไปสืบเรื่องของพี่ปูว่าเป็นคนอย่างไร จนได้รู้ว่าพี่ปูนั้นเป็นคนที่มีความสามารถ เรียกได้ว่าเรียนก็ดี กีฬาก็เก่ง แถมเป็นคนดังของโรงเรียนที่หลาย ๆ คนรู้จัก ไม่เข้าใจตัวเองว่าไปอยูตรงไหนถึงไม่รู้เรื่องของพี่ปูเลยจนกระทั้งได้ตามเพื่อนไปดูการแข่งขันบาสเก็ตบอลระหว่างโรงเรียน พี่ปูเล่นได้ดีมาก ๆ เรียกเสียงจากคนเชียร์ดังมาก ๆ หลังจากนั้นทุก ๆ เย็นก่อนจะกลับบ้านเราไปนั่งแอบดูพี่ปูซ้อมบาสเก็ตบอลกับเพื่อนๆ ในห้องอยู่บ่อยครั้ง เพื่อน ๆ ไม่มีใครรูว่าเราแอบชอบพี่ปู ทุกๆ ครั้งที่ไปนั่งข้างสนามเราจะเห็นว่ามีสาว ๆ มาส่งเสียงเชียร์เยอะมากๆ ด้วยความที่พีปูเป็นคนที่เท่ ยิ้มเก่ง ทำให้มีคนชอบเยอะ  เราตามไปเชียร์พี่ปูทุกสนามแข่งขัน แอบมองอย่างชื่นชม  แต่ไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดด้วย 


ภาพจาก Google


 มีครั้งหนึ่งบังเอิญเจอะกันตรงหน้าห้องพักครูเราไปส่งการบ้านกับเพื่อนๆ และวันนั้นเป็นวันแห่งความรักหลายๆ คนจะมีหัวใจกระดาษติดตามเสื้อใคร ๆ ก็มีกัน พี่ปูเดินออกมาจากห้องพักครูเจอะกันพอดี  เพื่อนรู้จักกับพี่ปูเลยติดหัวใจทีเสื้อพี่ปู เรามีโอกาสเลยติดหัวใจให้พี่ปูไปหนึ่งดวงอย่างรวดเร็ว เราไม่ได้พูดอะไรได้แต่ยิ้มๆ  แล้วก็เดินจากพี่ปูไปอย่างอายๆ  เราเป็นเด็กน้อยจริง ๆ ในตอนนั้น

 


ภาพจาก Google



วูดี้ตัวการ์ตูนที่ชอบจากเรื่อง Toy Story



วูดี้ ของเล่นคาวบอยยุคคลาสสิกในฐานะของเล่นตัวโปรดของเราที่ชื่นชอบ วูดี้นั้นเป็นของเล่นแอนดี้ เด็กชายวัย 6 ขวบในภาพยนต์คอมพิวเตอร์แอนิเมชัน เรื่อง Toy Story 






วูดี้เป็นหัวหน้าบรรดาของเล่น ด้วยความมาดมั่น แต่เมื่อบัซ ไลท์เยียร์ ตุ๊กตาตำรวจอวกาศที่แม่ให้เป็นของขวัญซอไพรซ์แก่แอนดี้ ล่วงหน้าก่อนที่จะย้ายบ้าน ทำให้วูดี้ในฐานะของขวัญวันเกิดชิ้นโปรดของแอนดี้ทำ ทำให้วูดี้ และบัซ ไลท์เยียร์  เกิดการชิงดีชิงเด่น เพื่อเป็นของเล่นที่เจ้านายรัก 






จึงทำให้ทั้งคู่ต้องตกลงไปในบ้านของซิด ซึ่งเป็นเด็กชายข้างบ้านซึ่งเป็นผู้ชื่นชอบการทำลายของเล่นเป็นชีวิตจิตใจ ทำให้วูดี้กับบัซ ต้องร้วมมือกันเพื่อที่จะหลบหนีกลับบ้าน ทำให้พวกเขาตระหนักถึงมิตรแท้ทำให้วู้ดดี้ และบัซ ไลท์เยียร์ ได้พยายามไปให้ทันรถขนส่งให้ได้ 






คู่หูที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้ทั้งสองต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง ความแตกต่างของแต่ละคนเพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคที่จะทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากแอนดี้เจ้าของพวกเขา 



คุณยายบอกให้ทำใจและปล่อยวาง



บ้านที่คุณยายอาศัยอยู่นั้นจะมีพื้นที่ว่างๆ ข้างบ้านพอสมควร และหากเราไม่ได้ทำประโยชน์อะไรก็จะเสียค่าภาษีที่ดินจำนวนมากพอสมควร  น้องสาวเลยเข้าไปปลูกผักสวนครัวเอาไว้บนพื้นที่ว่างนั้นไม่ให้พื้นดินว่างเปล่า  ผักสวนครัวที่น้องสาวปลูกนั้หลากหลายชนิด 





บ้านคุณยายที่อยู่เราไม่ได้ทำรั้วกั้นแบบถาวรเอาไว้  มีเพียงปลูกต้นมะขามเตี้ย ๆ  ต้นกล้วย ต้นมะม่วง มะละกอ ต้นเงาะ มัังคุด อย่างละต้นสองต้น เป็นเขตร้้วด้านหน้าด้านข้างและด้านหลัง ใครๆ ที่เดินผ่านไป ผ่านมาก็เห็นว่าในสวนของบ้านเรานั้นปลูกอะไรไว้บ้าง





จนกระทั้งได้เวลาพืชผักออกดอกออกผล น้องสาวเราก็จะเก็บไปทำอาหาร ให้กับคนในครอบครัว หรือเก็บเอาไปขายบ้าง ส่วนเงินจากค่าขายจะนำมาเป็นค่าน้ำ ค่าเมล็ดพันธุ์ผักที่ปลูกในครั้งต่อไป น้องสาวเราทำสวนนี้ด้วยใจรัก แต่วันดีคืนดีผักที่น้องสาวเราปลูก ก็มีใครก็ไม่รู้จัก ๆ ช่วยเก็บมา ในช่วงตอนที่คุณยายไม่อยู่บ้าน 














เรารู้สึกโกรธที่ใครก็ไม่รู้มาขโมยพืชผักที่น้องสาวเราใช้แรงกายแรงในการปลูกไปกิน แต่คุณยายคนใจดีบอกว่าให้ปล่อยวาง อย่าไปคิดมากให้คิดว่าคนที่เอาไปอาจจะลำบากไม่มีอะไรจะกินก็เป็นได้ ให้ถือว่าเป็นการทำบุญจะได้สบายใจ  ไม่ต้องคิดมาก


พูดกับฉันในวันที่ผ่านมา....เมื่อฉันคิดอยากจะเป็นช่างถ่ายรูป (ในวัยเด็ก)

ภาพจาก Google

ในวัยเด็กหลายๆคน มีความคิดจินตนาการเป็นของตัวเอง คิดอยากจะทำโน่น อยากจะทำนี้ อยากจะเป็นโน่น เป็นนี้ตามประสาเด็ก ๆ  เราก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่เป็นอย่างนั้น ความคิดตอนเด็ก ๆ ของเราในตอนนั้น เราคิดอยากจะเป็นคนถ่ายรูป ความคิดนี้เกิดจากการที่เราไปร้านถ่ายรูปกับแม่ เราได้เห็นช่างถ่ายรูปทำงานมีกล้องสี่เหลี่ยมๆ ในห้องถ่ายรูปหลายตัว ที่ใช้ในการถ่ายรูปดูแล้วมันเท่ดี เราอยากจะมีกะเค้าบ้าง จึงคิดอยากจะเป็นคนถ่ายรูปในตอนนั้น 


ภาพจาก Google


ภาพจาก Google



ภาพจาก Google


ภาพจาก Google

พอโตขึ้นเราเองก็อยากจะมีกล้องถ่ายรูปดี ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ และมื่อเรียนจบมัธยมเราก็มีความคิดที่จะเรียนต่อในสาขาถ่ายภาพ และจะเป็นคนถ่ายรูปให้ได้ แต่ในสมัยนั้นวิชาชีพนี้ไม่มีมากนัก และไม่มีใครให้แนะนำเราได้ และที่บ้านเรามีน้องท่ี่ยังเรียนอยู่หลายคน แม่เราจึงแนะนำว่าให้เลือกสาขาที่จบออกมาได้งานทำแน่นอนไม่ตกงาน ได้เงินเดือนที่มั่นคง เรียนในสาขาที่ตลาดงานต้องการคนทำงาน จะได้มีเงินเร็ว ๆ  จากนั้นแม่เราก็บอกสาขาที่จะเรียนมาให้เราไปลองคิดดู ตัวเราเองก็ไม่ได้มีปัญหากับสาขานั้นก็สอบเข้าเรียนต่อจนกระทั้งจบหลักสูตร และได้ทำงานตรงกับสาขาที่เรียนจบมีเงินเดือนที่ต้องการ เราตั้งใจทำงานและเรียนรู้งาน 


ภาพจาก Google


และในขณะเดียวกันเราก็เก็บเงินเพื่อสานต่อความฝันของตัวเองในวัยเด็กอีกครั้ง ถึงจะช้าไปแต่เราก็ยังดีใจที่ตัวเองไม่ลืมความฝันของตนในวัยเด็ก




เราเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง และจากคนอื่นที่มีความรู้ช่วยสอนให้ เราเริ่มเรียนรู้อย่างช้า ๆ จนเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เราหวังว่าจะเก่งเหมือนอย่างช่างถ่ายรูปคนนั้น ถึงเราจะไม่ได้เป็นช่างถ่ายรูป ไม่มีร้านถ่ายรูปเป็นของตัวเอง แต่เราสามารถถ่ายรูปได้อย่างที่เรารักและอยากจะทำ