คนเดียวก็ได้ สบายดี
"คนเดียวก็ได้ สบายดี" คำนี้คงเหมาะกับตนเองมากๆ เพราะชอบทำอะไรคนเดียวหลาย ๆ อย่าง บ่อยครั้งการกับเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนรักการท่องเที่ยว เพราะบางสถานที่ก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของทุก ๆ คน รวมถึงเวลาที่ไม่ค่อยจะตรงกัน ต่างคนต่างอยู่คนละทิศคนละทาง ทำให้การนัดแนะเวลาไม่มีความสะดวกสักเท่าไร สุดท้ายทำให้ต้องเดินทางคนเดียวอยู่บ่อยๆ
การเดินทางคนเดียวทำให้ไม่ต้องคิดจัดโปรแกรมให้เหมาะกับใคร ยิ่งได้เดินทางคนเดียวทำให้เลือกไปในที่ต้องการจะไป หรือไม่ได้มีความคิดที่จะไปแต่คิดได้ในตอนนั้นว่าสถานที่นั้นน่าสนใจไม่มีการตั้งโปรแกรมแต่อย่างใด การท่องเที่ยวของเราไม่เน้นว่าจะท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เวลาหากมีเวลาว่างก็จะคิดถึงการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้
การเดินห้างคนเดียวเป็นเรื่องที่ชอบอีกอย่าง สำหรับตนเองที่เป็นพวก Window shopping ทำให้เดินอยู่ในห้างฯได้นาน ๆ หากมีเพื่อนมาด้วยก็จะต้องรีบ ๆ เร่ง ๆ ทำให้เดินได้ไม่นาน รู้สึกเกรงใจคนที่ไปด้วยกัน การเดินห้างคนเดียวทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมองโน่นนี้ไปเรื่อย ๆ ถือเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง
บางครั้งก็ได้ของที่เราไม่ได้คิดล่วงหน้าว่าจะมาซื้อติดมือกลับบ้านมาก็มี หลังจากเดินจนเหนื่อยก็ไปจบที่เข้าร้านอาหารกินข้าวคนเดียว ในห้างฯ เป็นศูนย์รวมอาหารนาน ๆ ชนิด แล้วแต่จะเลือกกิน เรียกว่าอยู่ในห้างฯ ได้นานหลายชั่วโมงเลยที่เดียว
ความซนของเจ้าริงโก (Black Labrador Retriever)
สุนัขเป็นสัตว์ที่เราเลี้ยงมาโดยตลอดตั้งแต่เล็กจนโต จนกระทั้งสุนัขตัวสุดท้ายได้เสียชีวิตลงเราก็ไม่ได้เลี้ยงอีกเลย แต่สุนัขที่เราจะพูดถึงเป็นสุนัขของตากับยาย ซึ่งบ้านของตากับยายอยู่ท้ายหมูบ้านไม่ไกลจากสวนป่าที่คนในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านรู้จัก สวนป่าแหล่งนี้มีชื่อเสียงมากๆ คนชอบมาเดินชมธรรมชาติหรือไม่ก็นำสัตว์มาเลี้ยงมาเดินเล่น โดยเฉพาะสุนัขถือว่าเป็นแหล่งของคนรักสุนัขเลยก็ว่าได้
ภาพจาก Google
ริงโก (Ringo) เป็นสุนัขสายพันธ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) สีดำ อายุไขของสุนัขสายพันธ์นี้จะมีอายุไขประมาณ 10–12 years ตากับยายเลี้ยงเจ้าริงโกตั้งแต่มันเป็นลูกสุนัข จนกระทั้งเจ้าริงโกตอนนี้อายุประมาณ 4 ปี
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
จนกระทั้งมีคนใจดีเห็นเจ้าริงโก้ไม่มีเจ้าของ ก็จับพาเดินถามหาเจ้าของ พอไม่เจอก็พาขึ้นรถไปหาสัตว์แพทย์ที่คลีนิกเผื่อว่าจะรู้จักเจ้าริงโก และก็เป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าริงโกมีการฝังไมโครชิพ( Microchip) เอาไว้เลยหาเจ้าของได้ง่าย ๆ ทางคลีนิกสัตว์ได้โทรมาตามให้ตาไปรับกลับบ้าน
หลังจากกลับบ้านมาตาก็สำรวจสวนหลังบ้านจนได้เจอะกับรูหมาลอดที่เจ้าริงโกขุดไว้ ก็ทำการกลบดินปิดทับด้วยรั้วไม้ ทำให้เจ้าริงโกออกไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะออกได้ก็ต้องเป็นประตูรั้วหน้าบ้านนั้นเอง
ฟ้าหลังฝน
หากพูดคำว่า “ฟ้าหลังฝน” คงนึกถึงท้องฟ้าหลังฝนตก ก่อนฝนจะตกท้องฟ้ามืดมัว ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทำเกิดความรู้สึกไม่ค่อยสดชื่น แต่พอฝนได้ตกลงมา ท้องฟ้ากลับมามีสีสรรสดใสอีกครั้ง บางครั้งยังเกิดรุ้งกินน้ำให้เราได้เห็นอีกด้วย
นอกจากนี้ “ฟ้าหลังฝน” ยังนำมาเปรียบเทียบกับปัญหาหรือความทุกข์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตของคนเรา หากเกิดปัญหาหนักๆและยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เราก็จะจมอยู่กับความทุกข์ ทำให้จิตใจไม่มีความสุขในทุก ๆ วัน
ดังนั้นเมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้นเราจะต้องมีสติ ปล่อยว่างกับความทุกข์นั้นเสีย และเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องพ้นจากความทุกข์นี้ไปได้ การยอมรับและทำใจได้ และค่อย ๆ แก้ปัญหา เมื่อเรื่องราวร้ายๆ ได้ผ่านพ้นไป ก็จะมีสิ่งดีๆ เข้ามาเสมอ ความสดใสที่รอเราอยู่หลังจากผ่านอุปสรรคไปได้ ก็จะเจอกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ ดังคำโบราณว่าได้ “ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ”
เพลง :ฟ้าหลังฝน
ศิลปิน : Snoopking
วันที่ฟ้าหลังฝนกลับมา บางปรากฏการณ์ช่างดูประหลาด
ก่อนที่ไอน้ำขึ้นบนอากาศ มันเคยเป็นฟ้าที่ใสสะอาด
เธออาจไม่คิดว่าดูประหลาด
เป็นเพียงแค่ฝนไหลลงหน้าต่าง ให้คนมอง
ฉันเสพเสียงเพลงอยู่ในรัชดา
มาจากเชียงราย เดินตามฝันกันมา
มีคนเถียงกันทั้งทีเป็นเพื่อน เหมือนก่อน
ใครเหนื่อยเหลือทนก็ให้ใจเย็นลงก่อน
โย่ว
ผมจึ่งต้องนั่ง logout จาก facebook เพราะมีคน fake book
มันทำให้สมองเละเหมือน face ปลอมที่เจอใน facebook
บางคนก้พร้อมจะจากไปขอโทษที snoopking ผมคงไม่อยากจะจับใคร
วันที่ฟ้าหลังฝนกลับมา บางปรากฏการณ์ช่างดูประหลาด
ก่อนที่ไอน้ำขึ้นบนอากาศ มันเคยเป็นฟ้าที่ใสสะอาด
เธออาจไม่คิดว่าดูประหลาด
เป็นเพียงแค่ฝนไหลลงหน้าต่าง ให้คนมอง
ผมสับสน ปวดหัวตาม นั่งดื่มเบียร์เพราะเหตุผลจากของขาด
อยากฟังเพลงก็เข้ามาฟังให้ชัด อยากพึ่งร้องตัวถ้าไม่รุ้จักความรัก
ทุกเหตุผลอาจมีวันต้องมองผ่าน ก้เหมือนขันขืนแต่จำเป็นต้องมองตาม
เปิด snoopking แล้วเข้ามาฟังให้ชัด อยากพึ่งร้อนตัวถ้าไม่รู้จักความรัก baby
เธอคงรู้สึก บางคน เดินผ่านมาเพื่อผ่านไป
ผมไม่ได้พร้อมทุ่มเทให้เธอ และไม่เรียกร้องให้ใครเป็นแฟน
ให้เธอลืม กับทุกเรื่อง ที่เคยผ่าน s n oo p king
วันที่ฟ้าหลังฝนกลับมา บางปรากฏการณ์ช่างดูประหลาด
ก่อนที่ไอน้ำขึ้นบนอากาศ มันเคยเป็นฟ้าที่ใสสะอาด
เธออาจไม่คิดว่าดูประหลาด
เป็นเพียงแค่ฝนไหลลงหน้าต่าง ให้คนมอง
วันที่ฟ้าหลังฝนกลับมา บางปรากฏการณ์ช่างดูประหลาด
ก่อนที่ไอน้ำขึ้นบนอากาศ มันเคยเป็นฟ้าที่ใสสะอาด
เธออาจไม่คิดว่าดูประหลาด
เป็นเพียงแค่ฝนไหลลงหน้าต่าง ให้คนมอง
มันเกิดความมืดมิด ก่อนวันที่ฝนจาง
หนทางมันมืดมัว เหมือนเต็มไปด้วยความกลัวทุกหนทาง
โลกอันกวางขวาง เเต่กลับมองไม่ออก
เดินทางคนเดียว ที่ไม่มีพร้อมคำตอบ
มันเกิดความมืดมิด ก่อนวันที่ฝนจาง
หนทางมันมืดมัว เหมือนเต็มไปด้วยความกลัวทุกหนทาง
เข้ามาฟังกันให้ชัด
วันที่ฟ้าหลังฝนกลับมา บางปรากฏการณ์ช่างดูประหลาด
ก่อนที่ไอน้ำขึ้นบนอากาศ มันเคยเป็นฟ้าที่ใสสะอาด
เธออาจไม่คิดว่าดูประหลาด
เป็นเพียงแค่ฝนไหลลงหน้าต่าง ให้คนมอง
วันที่ฟ้าหลังฝนกลับมา บางปรากฏการณ์ช่างดูประหลาด
ก่อนที่ไอน้ำขึ้นบนอากาศ มันเคยเป็นฟ้าที่ใสสะอาด
เธออาจไม่คิดว่าดูประหลาด
เป็นเพียงแค่ฝนไหลลงหน้าต่าง ให้คนมอง
ภาษากาย (Body Language)
ภาพจาก Google
ภาษากาย หรือ Body Language เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ภาษากายที่เราจะทำอยู่บ่อยครั้งเป็นภาษากายต้น ๆ นั้นคือการพยักหน้า และการส่ายหน้า เป็นการสื่อสารให้ฝ่ายพูดรับรู้ว่าเรากำลังคิดอะไร เป็นภาษากายที่เข้าใจได้ง่ายๆ ว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย การพยักหน้าและการส่ายหน้าเราใช้บ่อยครั้งเวลาพูดคนที่บ้านทำให้เค้าเข้าใจว่าเรารับรู้และมีส่วนร่วมกันเรื่องที่คุยกัน เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย
ภาพจาก Google
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาชวนคุยเรื่องที่เราไม่ค่อยเข้าใจ อย่างการพูดคุยเรื่องกีฬาที่เราไม่ค่อยจะรู้จัก เช่นกีฬาคริกเก็ต (Cricket) ที่ได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าเป็นกีฬาอะไร จนนำพาให้เราต้องดูกีฬาชนิดนี้ ดูแล้วบอกเลยไม่ค่อยเข้าใจวิธีการเล่นสักเท่าไร ทุก ๆ หน้าร้อนจะมีการแข่งขันกีฬาคริกเก็ต (Cricket) เราจะได้ยินว่าทีมของคนที่้บ้านเล่นได้ดีชนะ หรือเล่นไม่ได้ดีอย่างไร ตอนนี้กำลังจะแพ้ กำลังจะชนะ คะแนนเป็นอย่างไรต้องการอีกเท่าไรถึงจะชนะ เราไม่ค่อยเข้าใจกับกีฬาคริกเก็ต (Cricket) แรก ๆ ก็เหนื่อยเพราะได้แต่พยักหน้ารับรู้อย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจสามารถพูดคุยตอบโต้เวลาดูการแข่งขันกีฬาคริกเก็ต (Cricket) ด้วยกัน
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
นอกจากการพยักหน้าและการส่ายหน้า ภาษากายอีกอย่างที่ใช้บ่อยมากๆ ก็คงจะเป็นการมองตาและยิ้ม เป็นการสื่อสารที่ดีเวลาที่เราต้องการอะไรจากคนที่บ้าน เหมือนเค้าจะรู้ว่าตอนนี้เรากำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนั้น
ภาพจาก Google
อย่างเช่นเราเอาน้ำใส่กาเพื่อจะต้มน้ำร้อน แล้วหั่นไปมองคนที่บ้านยิ้มนิด ๆ เค้าก็จะถามทันทีว่า "จะดื่มกาแฟหรือ" เราก็แค่พยักหน้ารับหรือตอบรับ จากนั้นก็มีเสียงบอกให้ไปนั่งรอเดี๋ยวชงให้ เราก็เดินไปนั่งดูทีวีรอกาแฟมาเสิรฟ์พร้อมของกินนิดหน่อยโดยต้องการพูดอะไรมาก
นอกจากนั้นนี้แล้วการจับมือเวลาไปไหนๆด้วยกันเป็นสิ่งที่เห็นอยู่บ่อยเช่นกัน อย่างในที่ ๆ มีคนพลุกพล่านหรือเวลาเดินข้ามถนน ซึ่งบางครั้งเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เราเดินของเราไปเรื่อย ๆ แต่จะมีมืออีกมือหนึ่งมาจับมือของเราอยู่เสมอๆ ซึ่งเราเองก็ชอบมากๆ ทำให้รับรู้สึกความหว่งใยที่คนที่บ้านมีให้กับเราทุกครั้งที่เค้าทำเราก็จะหันไปยิ้ม
ภาพจาก Google
แต่ในบางครั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันมีบ้างที่จะไม่พอใจหรือไม่เข้าใจในเรื่องเดียวกัน หากเรามองตรง ๆ นั่เงียบ ๆ ถามอะไรมาก็มองนิ่งๆ นั้นหมายความว่า ไม่ถูกใจ นั้นเป็นสัญญาณให้คนที่บ้านรับรู้ว่าเรากำลังโมโหกำลังโกรธอยู่ เพราะฉะนั้นต้องเงียบไว้ก่อนไม่ต้องพูดอะไร รอให้เราใจเย็นลงก่อนแล้วค่อยคุยกัน
Sleep and Dream
ภาพจาก Google
นอนหลับและฝัน ไม่มีใครไม่เคยฝันในฝันอาจดีบ้างร้ายบ้างปะปนกันไป บางครั้งตื่นนอนขึ้นมาอาจจำความฝันไม่ได้ว่าฝันอะไรบ้าง แต่บางคนกับจนจำความฝันได้ทุกเรื่องราวที่ฝัน ความฝันในบางครั้งอาจจะเป็นลางบอกเหตุให้กับผู้ฝัน ซึ่งเวลาที่เราเกิดฝันร้าย ตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าเราก็จะสวดมนต์แก้ฝันร้ายให้กลายเป็นดี โดยให้ตั้งนะโม 3 จบก่อนสวดมนต์ แล้วกราบ 3 ครั้ง ตามด้วยบทสวดมนต์แก้ฝันร้าย
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
หากตกใจตื่นเราก็จะใช้บทสวดมนต์แบบสั้นๆ โดยเมื่อเราตกใจตื่นจากความฝัน เราจะสวดมนต์โดยตั้งนะโม 3 จบก่อนสวดมนต์ แล้วกราบ 3 ครั้ง ตามด้วยบทสวดมนต์แก้ฝันร้ายพุทธัง นิมิตตัง ธัมมัง นิมิตตัง สังฆัง นิมิตตัง
ภาพจาก Google
หลาย ๆ คนอาจจะนำความฝันมาคิดมาตีเป็นตัวเลข ยิ่งความฝันที่เกิดก่อนวันออกลอตเตอรี่(สลากกินแบ่งรัฐบาล) ยิ่งชอบนำมาตีเป็นตัวเลขเพื่อว่าจะโชคดีถูกรางวัลที่หนึ่งกับเค้าบ้าง ซึ่งเราก็อยากจะฝันเห็นตัวเลขกับเค้าบ้างในวันหวยออกแต่ไม่เคยฝัน เคยไม่ที่เวลาเรานอนหลับแล้วฝันแต่ไม่รู้ว่าฝันเรื่องอะไร ตื่นมาก็อยากจะร้องไห้ รู้สึกเสียใจแต่เราไม่รู้ว่าเสียใจเรื่องอะไร หรืออาจจะร้องไห้ในระหว่างนอนหลับ
ภาพจาก Google
มีใครที่ฝันแล้วตกใจตื่นขึ้นมา แล้วกลับไปนอนต่อยังจะฝันถึงเรื่องเดิมได้อีก เป็นฝันต่อเนื่อง ซึ่งเราเคยเป็นแบบนั้น บางครั้งเรานอนฝันแล้วตกใจตื่นขึ้นมาแล้วนอนหลับต่อยังกลับไปฝันเรื่องเดิมได้อีก
ภาพจาก Google
เราจำได้ดีตอนที่หลานชายยังเล็กอยู่ หลานจะนอนหลับกลางวันหน้าทีวี เรานั่งดูทีวีกันได้ยินเสียงหลานหัวเราะชอบใจเสียงดัง แถมยังนอนยิ้มหวานดูมีความสุขกับการฝันกลางวัน
I Dreamed a Dream
Song by Susan Boyle
I dreamed a dream in time gone by
When hope was high and life worth living
I dreamed that love would never die
I prayed that God would be forgiving
Then I was young and unafraid
And dreams were made and used and wasted
There was no ransom to be paid
No song unsung, no wine untasted
But the tigers come at night
With their voices soft as thunder
As they tear your hopes apart
And they turn your dreams to shame
Still I dream he'd come to me
And we would live the years together
But there are dreams that cannot be
And there are storms we cannot weather
I had a dream my life would be
So different from this hell I'm living
So different now from what it seemed
Now life has killed the dream I dreamed
เสน่ห์ในยุคเก้าศูนย์
ยุคเก้าศูนย์ยุคที่ใคร ๆ มักจะบอกว่าเป็นยุคที่ดีที่สุด เป็นยุคที่มีเสน่ห์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ความเจริญในอดีตกับปัจจุบันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว คนยุคนั้นจะมีช่วงอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปเกิดในช่วงปี ค.ศ.1990-1999 (พ.ศ.2533-2542) มีวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงปีเก้าศูนย์ หลาย ๆคนอยากย้อนเวลากลับไป
![]() |
ภาพจาก Google |
ในยุคเก้าศูนย์เจ้าทามาก๊อตจิ (Tamagotchi) เจ้าสัตว์เลี้ยงอิเล็กโทรนิกส์ ที่เราจะต้องดูแลให้อาหารให้น้ำ เพื่อที่เจ้าสัตว์เลี้ยงจะได้เจริญเติบโต บางครั้งต้องตื่นนอนขึ้นมาไม่ว่าจะกี่โมงกี่ยามเพื่อจะให้อาหาร
เราพกพา ไปไหน มาไหนด้วยตลอด ทิ้งไม่ได้ ช่วงกลางวันเราต้องมาเล่นเป็นเพื่อนเจ้าทามาก๊อตจิเหมือนกับเล่นกับสัตว์เลี้ยงจริง ๆ หากไม่เข้ามาดูแลหรือทิ้งไว้นานๆ เจ้าทามาก็อตจิก็จะตายได้ และเราต้องรอ
ให้มันฟักไข่ใหม่ นั้นหมายความว่าเราต้องเริ่มต้นเลี้ยงใหม่ ในตอนนั้นเราเลี้ยงเจ้าลูกเจี๊ยบแข่งกับเพื่อนในกลุ่มว่าใครจะเลี้ยงดูได้ดีกว่ากัน หากแพ้ก็ต้องเลี้ยงน้ำผู้ชนะ
ภาพจาก Google
ในยุคเก้าศูนย์เรายังไม่ทันสมัยอย่างนี้ เรายังไม่มีโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เซลฟี่ไม่ได้ สิ่งที่มีในตอนนั้นคือตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์เป็นสิ่งที่วัยรุ่นเก้าศูนย์นิยมสุด ๆ ใครไม่ได้ถ่ายรูปสติกเกอร์ถือว่าเชยมากๆ การถ่ายก็ทำได้ง่ายเพียงเข้าไปยืนในตู้เลือกกรอบรูป กดถ่ายภาพเท่านี้ก็ได้ภาพพร้อมกรอบสวย ๆ น่ารัก ใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ยิ่งช่วงจะจบการศึกษายิ่งต้องถ่ายตุนกันไว้ติดสมุดเฟรนชิพ ในสมุดเฟรนชิพจะคำพูดความในใจที่มีต่อเพื่อน และมีที่อยู่สำหรับเอาไว้ส่งจดหมายติดต่อกัน
ภาพจาก Google
เราไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋า แต่ก็มีกับเค้าเหมือนกันในยุคเก้าศูนย์พลาดไม่ได้เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะพอดีตัว สั้น ๆพอดีกับสะดือ ใส่คู่กับกระโปรงมินิสเกิร์ตรองเท้าส้นสูงหรือจะให้ดูเซ็กซี่ก็เป็นเสื้อครอปสายเดี่ยวไปเลยก็ได้ ไม่ก็เป็นกระโปรงยีนส์ยาวรองเท้าส้นตึก หรือจะเป็นกางเกงขาใหญ่ ๆ เสื้อตัวโคร่ง ๆ มีเสื้อยืดสีขาวไว้ด้านใน เข็มขัดยาว ๆ สวมหมวกบักเก็ต รองเท้าผ้าใบ วัยรุ่นเก้าศูนย์ส่วนใหญ่จะแต่งตามดารา นักร้อง ที่เห็นในจอทีวี
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
สำหรับนักร้องในยุคเก้าศูนย์ ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักจะอยู่ในสองค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ อย่างแกรมมี่และอาร์เอส ใครชอบค่ายไหน นักร้องคนไหน ต้องรีบไปซื้อเทปคาสเซ็ตอุดหนุนนักร้องคนนั้น รายการทีวีที่เราต้องพูดถึงคงต้องยกให้กับการ์ตูนช่องเก้า ที่ใคร ๆ ต่างหลงไหลในตัวการ์ตูน ที่มีนักพากย์ชื่อดัง อย่างน้าต๋อย ที่ใคร ๆ ต่างรู้จัก และชื่นชอบในนำเสียงของน้าต๋อย การ์ตูนหลาย ๆ เรื่องทีอยู่ในความทรงจำอย่างเช่น โดราเอมอน (Doraemon) เซเลอร์มูน (Sailor Moon) ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ (Hunter x Hunter) ดราก้อนบอล (Dragon Ball) ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) เป็นต้น ตัวการ์ตูนหลายตัวเป็นที่ต้องการของนักสะสมการ์ตูน ที่บ้านเราเองก็มีอยู่หลายตัวเช่นกัน โดยเฉพาะโดราเอมอน (Doraemon) เห็นแล้วชอบที่จะซื้อเก็บสะสมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นของจริง หรือของเรียนแบบหากถูกใจก็ต้องเอามาเป็นเจ้าของ
ภาพจาก Google
หลาย ๆอย่างในยุคเก้าศูนย์ เป็นอะไรที่กำลังเริ่มต้นความเจริญทางด้านวัตถุอย่างโทรศัพย์มือถือ เป็นยุคที่กำลังเริ่มต้นการใช้งานเพิ่มความสะดวกทำให้โทรศัพย์มือถือมีราคาสูง ตัวเครื่องใหญ่และหนักปาหัวหมาแตก หลายคนเรียกเครื่องนี้ว่าเจ้ากระดูกหมา เจ้ากระดูกหมู
ภาพจาก Google
คนส่วนใหญ่ยังใช้โทรศัพย์สาธารณะในการติดต่อสือสาร แม้จะต้องต่อคิวกันนานก็ต้องยอม แต่หากใครต้องการความสะดวกมากว่านี้ก็จะใช้เพจเจอร์ วิทยุติดตามตัวส่งข้อความสั้น ๆ ได้ใจความส่งถึงกัน
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
จะว่าไปหลาย ๆ อย่างในยุคเก้าศูนย์กำลังกลับมาให้เราได้เห็นกันอีกครั้งอย่างเช่นการรวมตัวของนักร้องในยุคเก้าศูนย์ขึ้นคอนเสิร์ตมาร้อง มาเต้นในท่าที่เราหลายๆ คนจดจำ เสื้อผ้าการแต่งกายในยุคเก้าศูนย์เริ่มมีคนนำมาสวมใส่มากขึ้น ของเล่นก็นำมาเสนอขายในท้องตลาดมากขึ้น ยิ่งตอกย้ำให้เราต้องยอมรับว่ายุคเก้าศูนย์เป็นยุคที่น่าจดจำยุดหนึ่งเลยก็ว่าได้
ภาพจาก Google
ภาพจาก Google
หมดคำพูดกับคนแบบนี้
![]() |
ภาพจากGoogle |
เราไม่ค่อยชอบใจเท่าไรเมื่อเห็นเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ชอบเอารถมาจอดตรงหัวมุมทางเข้าออกหมูบ้านเป็นประจำ บ้านนี้มีรถยนต์อยู่สองคัน รถยนต์ที่เค้าใช้เป็นรถใหญ่พอสมควร เวลาเราเลี้ยวรถออกหมูบ้านจะต้องคอยระมัดระวัง
ภาพจากGoogle
การจอดรถตรงหัวมุมทำให้การมองเห็นในการขับรถออกจากหมู่บ้านอยากลำบากมากขึ้น เพราะท้ายของรถยนต์บังด้านหน้าเอาไว้ ถนนของหมู่บ้านไม่กว้างแต่พอที่จะให้รถยนต์สองคันผ่านเล็กน้อยโดยไม่ให้รถยนต์เชียวชนกัน
ภาพจากGoogle
แต่ถ้ามีรถเข้าหมู่บ้านขับอย่างเร็ว อย่างเช่นรถส่งของที่วิ่งเร็วมากๆ ไม่ระมัดระวัง เจอะกันที่ทางออกจากหมูบ้านทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จริงๆ แล้วบ้านเค้าก็มีที่จอดรถเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ไม่ค่อยจอด เอาง่าย ๆ อย่างคนมักง่าย เพราะหัวมุมนั้นใก้ลกับบ้านตัวเองมากที่สุด เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง
ภาพจากGoogle
ภาพจากGoogle
เพื่อนบ้านหลาย ๆ คนก็ไม่ค่อยชอบใจเหมือนกันกับเรา ที่เค้าเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างนั้น เคยมีคนไปพูดแล้วรับปากแบบส่งๆไป แล้วก็ยังกลับมาทำเหมือนเดิมอีก หมดคำพูดกับคนแบบนี้จริงๆ
ภาพจากGoogle
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



































































Bryan Adams Lyrics
