(*_*)The Minack Theatre /โรงละครมิแนค(*_*)




The Minack Theatre (โรงละครมิแนค) โรงละครกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงระดับโลก สร้างขึ้นเหนือน้ำที่มีหินแกรนิตโผล่ขึ้นมาในทะเล Minack หมายถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยหิน 'meynek' ในภาษาCornish (คอร์นิช)



ตั้งอยู่ที่ Porthcurno ห่างจาก Land's End ใน Cornwall  (คอร์นวอลล์) ประเทศอังกฤษ (England) ประมาณ 4 ไมล์  หรือ 6.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 13 นาที




หรือจาก Penzance ไป The Minack ประมาณ 9.3ไมล์ หรือ14.97 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ  22 นาที 




The Minack Theatre เกิดขึ้นจากการที่ Rowena Cade (โรวีน่า เคด) เธอให้ซื้อที่ดินตรงแหลม Minack ช่วงต้นปี 1920 ในราคา 100 ปอนด์ เพื่อสร้างบ้านสำหรับตัวเธอและแม่ของเธอ ต่อมาในปี 1929 เมื่อ  Rowena (โรวีน่า ) ได้มีส่วนร่วมส่วนร่วมในการผลิตการแสดงเรื่อง A Midsummer Night's Dream 



A Midsummer Night's Dream ปี 1930
ขอบคุณภาพจาก minack

ของเช็คสเปียร์ ที่จัดขึ้นในทุ่งหญ้าใกล้ ๆ Crean และประสบความสำเร็จอย่างมากจนพวกเข้าจะกลับมาแสดงอีกครั้ง ซึ่งผลงานที่จะแสดงครั้งต่อไปของพวกเขาคือ The Tempest  ดังนั้น Rowena (โรวีน่า ) จึงเสนอสวนหน้าผาของบ้านเธอเป็นสถานในการแสดงในครั้งต่อไป ซึ่งเธอได้สร้างพื้นที่การแสดงที่ใช้งานได้จริงและบริเวณที่ผู้ชมได้นั่ง 



The Tempest ปี 1932
ขอบคุณภาพจาก minack

การสร้าง Minack Theatre จึงเกิดขึ้น โดย Rowena (โรวีน่า) และ Billy Rawlings (บิลลี่ รอว์ลิงส์) คนสวนผู้ช่วยของเธอร่วมกันสร้าง โดยไม่ได้ใช้เครื่องขุดหรือเครื่องจักรกลหนัก แต่กลับใช้เครื่องมือช่างในการสร้างและจะใช้แท่งไดนาไมต์เป็นบางครั้ง พวกเขาตัดหินและจัดการจนกลายเป็นขั้นบนหน้าผาสูงชัน สร้างระเบียงและที่นั่งแบบหยาบๆ โดยลากวัสดุลงมาจากบ้านหรือขึ้นไปตามเส้นทางคดเคี้ยวจากชายหาดด้านล่างไปบนหน้าผา โครงสร้างส่วนใหญ่สร้างจากคอนกรีตผสมทรายจากชายหาด



 Rowena และ Billy Rawlings 
ขอบคุณภาพจาก minack

Rowena (โรวีน่า) เป็นทั้งศิลปินและผู้สร้าง เธอสลักลวดลายที่ซับซ้อนด้วยไขควงเก่าๆ ลงในคอนกรีตเปียก ที่นั่งหลายแห่งมีชื่อและวันที่แสดงละครที่นี่ 












และในปี 1932 การแสดง The Tempest ก็เกิดขึ้น โดยมีทะเลอันสวยงามและน่าตื่นตาเป็นฉากหลัง การแสดงประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก  Rowena (โรวีน่า) ใช้เวลาและการอุทิศตนทั้งหมดตลอดชีวิตของเธอในการทำงานและสร้างโรงละครที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน






การแสดงของที่นี้จะมีทั้ง Musical Theatre (ละครเพลง) Opera (โอเปร่า) Musical (ดนตรี) กิจกรรมสำหรับเด็ก นอกจากนี้แล้ว The Minack Theatre  ยังเปิดให้ชมความงามของสวนและโรงละครชมการซ้อมหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนเวที และนิทรรศการ Rowena Cade ซึ่งตั้งอยู่ที่ด้านบนสุดของโรงละคร ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านกาแฟ มีคนจำนวนมากมาที่นี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การแสดงที่โรงละครใต้แสงดาว ( Theatre under the stars) 







The Minack Theatre (โรงละครมิแนค) ได้รับการจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศล (CIO) และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูหนาวจะถูกจำกัดวันและเวลาในการเข้าชม และในเดือนสิงหาคม 
ปี 2022 ทางโรงละครมิแนคได้จัดเฉลิมฉลองวันครบรอบ 90 ปีให้มีการแสดง The Tempest ของ William Shakespeare ขึ้น โดยผู้แสดงจาก Hertfordshire ซึ่งเป็นผู้แสดงที่มีพรสวรรค์และมีรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ





หากเราได้ไปที่นั้นนั่งมองไปรอบ ๆ จะสัมผัสได้ถึงความรักของสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างขึ้นมาจากหน้าผาด้วยมือของเธอ



























และถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจก็สามารถเข้าไปดูได้ที่  https://www.minack.com  


(*_*)ไฟต้องแรงเท่านั้น(*_*)

 



คำว่า "ไฟแรง" โดยส่วนตัวจะมองไปที่การทำอาหาร เพราะเป็นคนที่ชอบเข้าครัว เป็นแม่ครัวทำอาหารในคนที่บ้านรับประทาน ดังนั้นห้องครัวเป็นอีกห้องหนึ่งที่ใช้บ่อยมาก ๆ การใช้ไฟในการที่เราจะปรุงอาหาร ต้องแยกประเภทของอาหารแต่ละอย่างออกไป และอาหารประเภทผัดผักนั้นเราจะต้องใช้ไฟแรง ๆ ปรุงอย่างรวดเร็ว จะได้ไม่เสียคุณค่าของสารอาหาร เพราะไฟแรงจัดจะทำให้ผักสุกไวสีสดน่ารับประทาน และรักษาน้ำในผักเอาไว้ได้ ทำให้คงความหวานกรอบของผัดได้นาน 






แต่ถ้าหากเราผัดนานเกินไปก็จะทำให้ผักสุกนิ่ม สีไม่สดสวย ซึ่งเราจะเห็นได้จากการที่พ่อค้าผักบุ้ง ในร้านข้าวต้ม จะใช้จะใช้ไฟแรงในการผัด จนเห็นไฟลุกท่วมกระทะ  ส่งกลิ่นหอม โชว์การผัดอย่างเร็วดึงดูดลูกค้า ส่วนใหญ่การผัดผักแบบใช้ไฟแรงนี้จะใช้กับผักที่สุกไว






นอกจากอาหารประเภทผัดที่ต้องใช้ไฟแรงแล้ว ยังมีอาหารประเภททอดที่เราใช้ไฟปานกลางในการทอดก่อน แล้วเมื่อเราทอดอาหารไปจนกระทั้งสุกให้เร่งไฟแรงในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อไร้น้ำมัน 





ซึ่งการทอดด้วยไฟแรงจะช่วยให้อาหารของเราไม่อมน้ำมัน และยังทำให้แป้งสุกกรอบ คงความกรอบได้นาน 





จีบแบบเจอโดยบังเอิญ

 


จีบแบบเจอโดยบังเอิญ ไม่ได้เป็นคู่กัน  สมัยทำงานใหม่ ๆ หน่วยงานของเราแจ้งว่าเราจะต้องเดินไปเข้าไปประชุมที่หัวหินเป็นเวลา 2 วัน พอไปถึงโรงแรมก็เข้าไปรายงานตัวได้เจอะกับผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่น ๆ และ หลังจากประชุมเสร็จในช่วงเที่ยงทุกคนลงไปรับประทานอาหารที่ห้องครัวของโรงแรม เพื่อนอยู่ในกลุ่มของเราคนหนึ่ง แฟนของเธอก็มาประชุมครั้งนี้ด้วยเลยได้นั่งด้วยกัน แฟนเธอมากับเพื่อนอีกคนเลยได้มานั่งโต๊ะเดียวกัน 








แต่เราไม่ได้สนใจ เพราะมัวแต่คุยกับเพื่อนในกลุ่มคนอื่น ๆ  เรื่องการบรรยายกลุ่ม เราอยากจะทำให้เสร็จเสียก่อนเพราะหลังจากพักเราจะได้มีเวลา จากนั้นหันไปมองแฟนเพื่อนเราเห็นเค้ามองมาที่กลุ่มเราแล้วยิ้ม ๆ เราก็ยิ้มตอบ เพื่อนในกลุ่มเลยแนะนำให้ลูกจักกับแฟนของเธอ และเพื่อนของแฟน (ขอใช้ชื่อว่า V) เราทักทายนิดหน่อย พอรับประทานมื้อเที่ยงเสร็จ ในกลุ่มได้มีการนัดแนะว่าจะไปต่อที่บาร์ค่ำนี้ พอเราถึงที่บาร์พร้อมเพื่อน 



เราเห็นทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเพื่อนร่วมห้องก็ไปนั่งกับแฟนของเธอ เหลือที่ติดกับ V ด้านในซึ่งเราต้องไปนั่ง จึงกลายเป็นว่าเราออกไปไหนลำบากถ้า V ไม่เลื่อนออก ทำให้เราต้องนั่งคุยกับ V โดยปริยาย



เราได้รู้จัก V มากขึ้น เช้าวันต่อมาเรากำลังเดินไปตักอาหารเช้า อยู่ ๆ  V ก็เดินมาตักอาหารเช้าด้วยกันกับเรา แล้วไปนั่งโต๊ะเดียวกับเรา ชวนเราคุยโน่นนี้จนใก้ลเวลาเข้าประชุม พอมื้อเที่ยง V ก็มานั่งที่โต๊ะเราอีกครั้ง และตอนนี้เรารู้แล้ว่า V ชอบเรา เพราะเพื่อนร่วมห้องของเราบอกว่าแฟนเธอบอกเธอมาอีกที่ Vอยากได้เบอร์โทรของเรา 



แต่เราไม่ได้มีความรู้สึกชอบ V แต่อย่างใด พรุ่งนี้การประชุมก็จะสิ้นสุดลง เราคงไม่ได้เจอะกับ V อีก เพราะเราอยู่คนละจังหวัด เราเลยบอกกับเพื่อนไปว่าเราไม่สะดวกจะให้เบอร์โทรแก่ V  จบประชุมต่างคนต่างแยกย้าย ไม่ได้ติดต่อใครเลย



กินเท่าไรก็ไม่เคยพอ

"ไม่เคยพอ" มีใครเป็นเหมือนนกบ้างค่ะ ในเรื่องของการกิน ซึ่งเราจะมีสิ่งหนึ่งที่ชอบมาก ๆ กินเท่าไรก็ไม่เคยพอสักที เริ่มกินแล้วก็กินต่อไปไม่มีการหยุด จนมันจะหมดไปเอง บางครั้งแฟนคลับที่บ้านพูดขำ ๆ ออกมาว่า "กินมากๆ มันจะงอกมาทางหูคุณอยู่แล้ว" สิ่งนั้นก็คือเจ้าถั่วแมคคาเดเมีย หรือ Macadamia Nuts



ขอบคุณภาพจาก Google

แมคาเดเมีย ( Macadamia) เป็นไม้ยืนต้นปลูกบนพื้นที่สูงบนภูเขา บนดอย เป็นต้นไม้ประเภทถั่วอย่างหนึ่ง ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง แมคาเดเมียมีอีกหลาย ๆ ชื่อที่เรียกกัน เช่นถั่วควีนส์แลนด์ (Queensland nut) ถั่วบุช ( bush nut) ถั่วมารูชิ (maroochi nu) ถั่วฮาวาย ฯลฯ 



ขอบคุณภาพจาก Google

แมคาเดเมียนั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศออสเตรเลียทางตะวันออกเฉียงเหนือของนิวเซาธ์เวลส์ (New South Wales ) ทางตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของควีนส์แลนด์ (Queensland)นิวแคลิโดเนีย ( New Caledonia)และซูลาเวซี (Sulawes) ในอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยจะปลูกกันทางภาคเหนือของประเทศอย่างจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เป็นต้น




ถั่วแมคคาเดเมีย (Macadamia Nuts) มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง แต่เป็นไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีไฟเบอร์สูงช่วยระบบขับถ่าย และยังช่วยให้กระดูกแข็งแรง 



ที่บ้านจะซื้อ Macadamia Nuts  แบบอบบรรจุถุงเรียบร้อยแล้วครั้งละ 1ถุง จากนั้นก็แบ่งออกมาใส่กล่องวางเอาไว้ตั้งบนโต๊ะหน้าทีวี ส่วนที่เหลือเก็บในกล่องปิดมิดชิดเข้าตู้ไว้ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นเราจะหยิบกินหมดถุงในครั้งเดียว 






Swaffham ตลาดนัดฝรั่ง




Swaffham  (/ˈswɒfəm/) เป็นเมืองในเขต Breckland และมณฑลนอร์ฟอล์ก (Norfolk) ของอังกฤษ อยู่ห่างจากคิงส์ลินน์ ( King's Lynn) ไปทางตะวันออก 19 กม. และอยู่ห่างจากนอริช ( Norwich)ไปทางตะวันตก 50 กม. มีพื้นที่ 11.42 ตารางไมล์ (29.6 ตารางกิโลเมตร) และในการสำรวจสำมะโนประชากร พ.ศ. 2544 มีประชากร 6,935 คนใน 3,130 ครัวเรือน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 7,258 ครัวเรือนใน 3,258 ครัวเรือน ในการสำรวจสำมะโนประชากร พ.ศ. 2554 เพื่อวัตถุประสงค์ของรัฐบาลท้องถิ่นในเขต Breckland 





หากจะพูดถึง ตลาดSwaffham มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี ย้อนกลับไปถึงปี 1215 ซึ่งเป็นปีแรกที่บันทึกเกี่ยวกับตลาดเอาไว้  ตลาดSwaffham ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้พักอาศัยและผู้มาเยือน ทุกวันศุกร์จะมีตลาดในร่มที่หอประชุม ตลาดแห่งนี้จำหน่ายเค้กโฮมเมด แยม และผักดอง ควบคู่ไปกับเครื่องประดับวินเทจ และอื่นๆ อีกมากมาย 




ส่วนตลาดวันเสาร์ก็จะเป็นตลาดกลางแจ้งมีแผงขายของมากกว่า 30 แผงซึ่งมีสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เนื้อสด ปลาสด ผักและผลไม้ ชีส ไข่ ของใช้ในบ้าน ขนมหวาน เสื้อผ้า เครื่องมือ ของกระจุกกระจิก ต้นไม้ ฯลฯ














นกไม่ได้ไปตลาดSwaffham  ซึ่งเป็นตลาดวันเสาร์ มานานมากๆ  ครั้งแรกที่ได้ไปเที่ยวครั้งแรก เห็นตลาดแล้วบอกได้คำเดียวว่ามันใหญ่มาก มีคนมาจับจ่ายซื้อของมากมาย พ่อค้าเนื้อ เปิดรถบรรทุก ประกาศขายเนื้อ ลดราคากันเห็น คนนี้ยกมือซื้อกันเลย ส่วนพ่อค้าปลานั้นมีปลาสด ๆ ที่หั่น เลาะเอาก้างออกให้เรียบร้อย ส่วนใหญ่แล้วนกจะไปซื้อปูมากกว่าเพราะที่ห้างฯไม่มีปูเป็นตัว ๆ แต่จะเป็นปูที่เค้าอัดใส่กระป๋องเอาไว้ ไม่สดเหมือนกับที่ซื้อในตลาด  สำหรับผักที่นี้จะมีผักหลากหลายโดยเฉพาะผักที่มากจากเอเซีย หากซื้อได้ง่าย ร้านแต่ละร้านมีลูกค้าเข้าคิวซื้อกันแน่น 









แต่วันนี้นกมีโอกาสไปอีกเที่ยวตลาดSwaffham อีกครั้ง กลับเงียบเหงาไม่คึกครื้นเหมือนอย่างแต่ก่อนที่เคยเป็นมา แผงขายของที่มีมากมายกับลดเหลืออยู่ไม่กี่แผง มีคนเดินซื้อของไม่ค่อยมากสักเท่าไร 










ร้านค้าเก่า ๆ ที่ตั้งใจจะไปซื้อก็ไม่มีแล้ว อย่างร้านขายผัก ร้านขายปลา ที่เคยซื้อก็ไม่มาขายแล้ว มีร้านเกิดใหม่ขี้นแทนร้านเก่า ผักจากประเทศไทยที่อยากจะซื้อเค้าไม่มีขาย ปูที่จะเอาไปผัดก็ไม่ได้  เท่าที่เห็นจะเป็นร้านขายของเก่าหลายร้านเลย  เห็นที่นกต้องกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้ของตามแผนที่วางไว้