เคลียร์ตู้เย็น

ทุก ๆ วันอาทิตย์จะเป็นวันที่นกจัดการเคลียร์ของในตู้เย็น ก่อนที่จะสั่งซื้อของใหม่ ซึ่งจะสั่งให้มาส่งทุก ๆ วันอังคาร ตู้เย็นที่บ้านนกจะเป็นทั้งแช่เย็นและแช่แข็ง ตู้เย็นแบ่งสัดส่วน 50:50  ตู้เย็นตู้นี้เราพึ่งจะซื้อมาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เองถือเป็นของขวัญวันคริสต์มาสก็ว่าได้





ตอนสั่งซื้อตู้เย็นตู้ใหม่นกอยากได้แบบเดียวกับตู้เย็นตัวเก่า แต่ยี่ห้อของตัวเก่ารุ่นนี้เค้าไม่ทำออกมาขายอีกแล้ว ตัวเก่าของที่บ้านสัดส่วน 50:50 เหมือนกันใช้มานานเป็นสิบปีๆ เห็นจะได้ จริงๆ แล้วตู้เก่านั้นยังใช้ได้ดีอยู่ในส่วนที่เป็นชั้นแช่เย็น ตัวที่มีปัญหานั้นคือในส่วนของแช่แข็ง เหตุจากตัวทำความเย็นไม่ดีพอ มีปัญหาเห็นได้ชัดเจนเวลาแช่แข็งอย่างแช่ไอศครีมไม่ค่อยจะแข็งตัวเลยต้องเปลี่ยนตู้เย็นตัวใหม่











ของที่เคลียร์จากตู้เย็นก็จะนำมาปรุงเป็นอาหารในวันอาทิตย์ หรือไม่ก็วันจันทร์ บางครั้งในวันอาทิตย์ที่บ้านก็จะทำอาหารอบเสิรฟ์คู่กับผักต้ม ส่วนใหญ่แล้วของในตู้แช่เย็นนกจะไม่ให้เหลือนานอย่างผักเวลาซื้อก็จะซื้อให้เพียงพอซื้อเยอะกินไม่ทันก็เสียของอีก ที่บ้านจะคิดเมนูที่จะทำล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ เพราะจะทำให้เราสามารถจัดการกับข้าวปลาอาหารในครัวได้อย่างดี ไม่สิ้นเปลืองทิ้งให้เป็นของเหลือ







ดังนั้นอาจจะมีผักบางส่วนเหลืออบางอย่างละนิดละหน่อยเล็ก พอจันทร์นกก็จะเอามาทำผัด ต้ม และแกง แล้วแต่ว่าผักนั้นจะนำมาทำอะไรได้บ้าง อย่างเมนูที่เห็นเป็นส่วนหนึ่งของเคลียร์ตู้เย็น















ชีวิตพอเพียง

สิ่งที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะเรียกว่าชีวิตพอเพียง  สำหรับเราแล้วชีวิตที่พอเพียง คือไม่มากไป หรือไม่น้อยไป จะเป็นทางสายกลางเราเริ่มต้นโดยการรู้จักใช้ รู้จักจ่าย รู้จักพอ โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทอง ๆ  ไม่อยากได้ ไม่อยากมี หากต้องสร้างหนี้สร้างสินให้ตัวเองต้องลำบาก  เราชอบปลูกพืชปลูกผักหากมีเวลาว่าง ทั้งหมดนี้คือชีวิตพอเพียงของเรา











ฝน



เราจำได้ตอนเด็ก ๆ เวลาฝนตกชอบออกไปเล่นตากฝน กับเพื่อนที่โรงเรียนเป็นประจำ กลับเข้าบ้านแม่จะต้องไล่ให้ไปอาบน้ำสระผมทุกครั้งไป บอกว่าไปถูกฝนมาเดี๋ยวจะเป็นหวัด เราถูกปลูกฝังความเชื่ออย่างนี้  หลาย ๆคนมีความเชื่อเรื่องของฝน ที่แตกต่างกันไป ฝนนำมาซึ่งความเหงา ความโด่ดเดี่ยว ความคิดถึง อกหัก ความอุดมสมบูรณ์ ความยากลำบาก ความขาดแคลน ความหนาว ฯลฯ  

สำหรับเราถูกฝนแล้วจะเป็นหวัด มีอย่างหนึ่งที่เราชอบและถูกใจเรามากที่สุดก็น่าจะเป็นคำคำนี้ "ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง" เป็นท่อนหนึ่งในเพลงเล่าสู่กันฟังของ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์




เนื้อเพลง เล่าสู่กันฟัง - เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์


เพลง : เล่าสู่กันฟัง

ศิลปิน เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

อัลบั้ม Smile Club 

ฉันยังจำเสมอที่เธอเคยบอกกับฉัน คิดแล้วยังตื้นตันเกินอธิบาย
นึกถึงคำคำนั้นทุกวันที่ห่างกันไป เหมือนมันเป็นโยงใยที่ส่งถึงกัน
ไม่ว่าเราจะโชคดี หรือบางทีที่ร้องไห้ ต่างคนสนใจจะฟัง

เพราะว่าในชีวิตเรื่องจริงมันต่างจากฝัน ฝันไม่เคยมีวันที่เจ็บช้ำใจ
มีผู้คนอยู่รอบกาย เหมือนไม่มีไม่เห็นใคร แต่ใจใจฉันยังมีเธอ

* คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกัน
วันที่เสียน้ำตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน เธอก็ยังมีฉันอยู่ทั้งคน

ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธอผอมไปหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง


( ซ้ำ * )

ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

เพราะฝนที่ตกอยู่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธอผอมไปหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง


เธอยังขาดอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง
เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน

 

(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)


อาหารเย็นที่้บ้านคุณเป็นอย่างไร

 



อาหารเย็นสมัยที่ยังเป็นเด็กๆ ที่บ้านเราจะให้ความสำคัญกว่ามื้อไหน ๆ  แม่จะเข้าครัวทำอาหารให้ทุกคนได้กิน ตั้งโต๊ะพร้อมหน้าพร้อมตา รสมือแม่อร่อยกว่าใคร ๆ ทุกอย่างที่แม่ทำอร่อยเลิศไปเสียหมด เราคิดอย่างนั้น เราคิดว่าลูก ๆ หลาย ๆ บ้านคงจะคิดเช่นเดียวกับเราว่าแม่ของตนเองทำอาหารอร่อยทุกอย่าง กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนกินที่บ้าน



อาหารเย็นของที่บ้านเราในแต่ละมื้อจะมีกับข้าวไม่น้อยกว่า สอง อย่าง ไม่ว่าจะแกง ต้ม ผัด หรือ ทอด แต่ละครั้งก็จะแตกต่างกันออกไป เราจำได้ตอนเด็ก ๆ แม่จะเรียกให้เราเข้าครัวไปช่วยเด็ดพริก ล้างผัด โขลกเครื่องแกง เด็ก ๆ เราไม่ค่อยชอบสักเท่าไร เพราะไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อน ๆ  พอโตขึ้นเราออกมาทำงานนอกบ้านไม่ได้เข้าครัว เรื่องการทำอาหารจึงเป็นเรื่องไกลตัวออกไปอีก กลับบ้านเวลาไหนก็มีอาหารพร้อมให้กินอยู่แล้ว



หลังจากที่เราแยกตัวออกมาจากบ้านมีครอบครัว เราเริ่มต้นการเข้าครัวอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องทำด้วยตัวเองไม่มีคนช่วยดูช่วยสอน แต่ดีหน่อยที่ได้พื้นฐานเรื่องการทำครัวที่แม่สอนไว้ตอนเด็ก ๆ เอาออกมาใช้ฝึกหัด ฝึกฝนจนเป็น อาหารมื้อเย็นที่บ้านของเรายังให้ความสำคัญเหมือนกับที่แม่ทำให้เรากินตอนเด็กๆ ไม่เปลี่ยนแปลง


 

นอกเหนือจากอาหารไทย เรายังทำอาหารหลากหลายสัญชาติ โดยเฉพาะอาหารยุโรปที่บ้านเราจะทำกินอยู่บ่อย ๆ บางครั้งเสิร์ฟคู่กับผักต้ม มันฝรั่งทอด ฯลฯ






หรือจะเป็นอาหารลูกผสมระหว่างไทยและยุโรป เราก็ทำกินเช่นกัน





ตั้งต้นใหม่อีกครั้งของคนที่ล้มเหลว.... เริ่มต้นอย่างไร

 



               หลังจากที่บี ถูกสารเสพติดทำลายระบบสมอง ทำให้บีต้องเข้าศูนย์ดูแลและรักษาตัวด้านระบบประสาทถูกทำลายจากสารเสพติด ในช่วงแรกๆ บีไม่สามารถดูแลตัวเอง ไม่ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบอยู่คนเดียว เอาแต่นอน  เสื้อผ้าใช้แล้วไม่เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแล้วทิ้งไว้ทั่วห้อง จนผู้ดูแลในศูนย์ดูแลต้องให้ความช่วยเหลือบีมากกว่าคนอื่น ๆ เป็นพิเศษ แม่ของบีจะไปเยี่ยมอาทิตย์ละสองวัน ทุก ๆ ครั้งที่ไปเยี่ยม แม่ของบีจะต้องเข้าพบผู้ดูแลศูนย์รับฟังความกว้าหน้าในอาการของบี แม่ของบีจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ดูแลศูนย์ ช่วยเหลือให้บีมีอาการที่ดีขึ้น




              ทุกครั้งที่แม่ของบีได้พบกับบี แม่ของบีจะต้องช่วยเหลือบี ในเรื่องการทำความสะอาดห้อง เก็บเสื้อผ้าที่บีใช้ทิ้งไว้ทั่วห้องกลับบ้านมาซักให้อยู่เป็นประจำ แม่บีทำแบบนี้อยู่นานเป็นปี จนบีเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังปรับตัวเข้าสังคมกับคนได้แต่ไม่ค่อยดีนัก บีจะต้องอยู่ในความดูแลของผู้ดูแลศูนย์ ช่วงนี้บีสามารถออกไปเที่ยวนอกศูนย์ได้แต่ต้องให้ครอบครัวมาลงชื่อรับบี แต่ยังไม่อนุญาติให้บีออกไปพักนอกศูนย์ดูแล จะกลับมาพักที่ศูนย์ดูแลตามเวลาที่ได้ตกลงกับศูนย์ไว้หรือหาบีต้องการออกไปข้างนอกแต่ไม่มีครอบครัวมารับก็จะต้องไปกับผู้ดูแลศูนย์ 




              อาการบีเริ่มดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั้งเดียวนี้ บีได้ย้ายที่อยู่ใหม่ไปอยู่อีกศูนย์หนึ่งทีมีความเป็นอิสระมากกว่า ที่นั้นได้สอนสิ่งใหม่ๆ  ให้กับบี และบีเริ่มเข้ารับการฝึกฝนเรื่องงาน สามารถไปเที่ยวๆ ไหน ๆ กับเพื่อนๆ ได้ เพียงแต่แจ้งให้กับผู้ดูแลศูนย์ว่าไปไหน และจะกลับมาเมื่อไร สามารถออกไปพักนอกศูนย์ดูแลได้ วันเกิดของบี ปีนี้ มีเพื่อนๆ ในศูนย์ร่วมกันช่วยกันจัดงานวันเกิดให้กับบี  บีมีความสุขกับวันเกิดในปีนี้ และครั้งนี้เราเห็นสีหน้าของแม่ของบีที่พูดถึงบีด้วยรอยยิ้ม ไม่เศร้า ๆ เหมือนก่อน  แม่ของบีเริ่มมีความหวังที่จะได้เห็นบีมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต









ขอบคุณภาพจาก Google


สาเหตุของความล้มเหลว เกิดขึ้นจากอะไร


          หลาย ๆ ครั้งที่เรานึกอยากเขียนกับเค้าบาง ก็จดๆ จ้อง ๆ ไม่เคยลงมือเขียนสักครั้ง จนได้เห็นหัวข้อ สาเหตุของความล้มเหลว ทำให้เราอยากเขียนขึ้นมา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใก้ลตัวคือน้องสาวของสามีเราเอง สาเหตุของความล้มเหลวจากการใจอ่อนกับลูกในทุก ๆ เรื่อง



          น้องสามี มีลูกชายสองคน คือเอ และบี (ชื่อสมมติ) ตอนลูกน้องสามีเล็กๆ เราไม่เห็นว่าน้องสามีเลี้ยงลูกอย่างไร แต่สามีเป็นคนพูดกับเราเองว่าน้องเลี้ยงลูกตามใจ ไม่ค่อยว่ากล่าวตักเตือน หรือตักเตือนแบบไม่จริงจัง ตักเตือนแบบขำ ๆ  เล่น ๆ หลังจากที่เราแต่งงานเข้าไปอยู่ในครอบครัว ลูกน้องสาวคนโต เออายุประมาณสิบห้าปี  ส่วนคนเล็กบีอายุประมาณสิบสามปี เราได้เห็นการเลี้ยงดูลูกของน้องสาวสามีแล้วทำให้เราตกใจซึ่งเรามักจะพูดกับสามีอยู่เสมอๆ ว่าทำไม่ตักเตือนเมื่อทำผิด ทำไม่ถึงปล่อยเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น  ต่อไปข้างหน้าเด็กจะเป็นอย่างไร สามีบอกกับเราว่านั้นเป็นเรื่องของครอบครัวน้องสาว ซึ่งเค้าไม่สามารถเข้ายุ่งเกี่ยว ก้าวกายในเรื่องส่วนตัวได้  จึงได้แต่มอง 




          เรื่องของเด็กสองคนนี้มีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ส่วนเรื่องที่เราจะเล่าเป็นเรื่องของบี วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงถึงขั้นตำรวจมาตามน้องสามีถึงที่บ้าน แจ้งข่าวว่าบีไปโยนก้อนหินใส่หน้าต่างโบสถ์ในหมูบ้านทำให้เกิดความเสียหายกระจกแตก ทางเจ้าหน้าที่โบสถ์ต้องการให้จ่ายชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งน้องสามีต้องมาขอยืมเงินจากพ่อและแม่ของตนเอง ตอนที่น้องสามีมาเล่าให้พ่อและแม่ฟัง  หล่อนเล่าว่าเพื่อน ๆ บอกให้ลูกชายตัวเองโยนก้อนหินใส่หน้าต่างโบสถ์ และลูกชายของหล่อนก็เชื่อเพื่อน ชอบทำอะไรโง่ ๆ   ตอนที่น้องสาวสามีเล่าเรื่อง หล่อนหัวเราะเป็นเรื่องขำ ๆ ที่ลูกชายทำผิดเหตุเพราะเชื่อเพื่อน



          หลังจากชดใช้ค่าเสียหาย หลังจากนั้นไม่นานสามีเราได้พบความจริงว่าเพื่อนๆไม่ได้ใช้บีทำ สามีเราฟังจากปากของบีเอง ฟังแล้วทำให้คิดถึงคำที่ว่าพ่อแม่รักแกฉัน รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี  เด็ก ๆ ที่นี้พออายุสิบห้าสิบหกปี พวกเค้าก็มองหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำ เงินที่ได้จากน้ำพักน้ำเแรงจะเก็บหรือจะเอาเป็นค่าใช้จ่ายในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผิดกับบีที่อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรไม่ แม่ให้เงินไว้ใช้จ่าย อยากได้อะไรก็ได้



          ครั้งหนึ่งบีเห็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มทำงานเลยคิดที่จะทำงานเหมื่อนเพื่อน ๆ  จึงไปสม้ครงานแถว ๆ บ้าน ได้งานไปทำวันแรก หลังจากนั้นไม่ไปทำอีกเลย บอกว่าไม่ชอบงาน  เราและสามีนี้เป็นงง เพราะงานที่สมัครตนเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าจะต้องไปทำอะไร  




          หลังจากจบมัธยม บีเข้าเรียนต่วิทยาลัยในเมือง แม่ก็ยังให้เงินบีเช่นเดิม ตอนนี้บีมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น บางครั้งบีต้องการอะไรพิเศษ ก็จะมาขอเงินจากยาย ซึ่งยายเองก็รักหลานเวลาหลานบอกต้องใช้เกียวกับเรียนก็ให้หมด  บีเรียนจบหนึ่งหลักสูตร  แต่ไม่ได้เรียนต่อหลักสูตรให้สูงขึ้นไปอีก ไม่บอกใครว่าไม่เรียน ยังขอเงินแม่ เงินยาย เกี่ยวกับการเรียนเป็นประจำ บีทำตัวเหมือนไปวิทยาลัยทุกๆวัน บางครั้งก็ติดรถแม่ไปวิทยาลัย เดินเข้าประตูหน้า ออกประตูข้างเที่ยวเตร่กับเพื่อน ๆ ซึ่งเราและสามีเห็นพฤติกรรมที่แปลก ๆ ของบี เราพูดกับสามีว่า แม่ของบีจะรู้ไม่ว่าลูกชายตนเป็นแบบนี้ สามีเคยพูดกับน้อง แต่น้องสามีไม่ได้สนใจจะฟัง  



          ตอนนี้บีอายุยี่สิบสีปี เราพึ่งจะฝากการด์วันเกิดไปให้กับบี ซึ่งอยู่ในศูนย์ดูแลและรักษาตัวด้านระบบประสาทถูกทำลายจากสารเสพติด ซึ่งบีรักษาตัวมาแล้วประมาณ หกปีเห็นจะได้ ทั้งหมดเป็นความล้มเหลวที่เราได้เห็น สาเหตุต้นตอจากความรักของแม่ที่ไม่ถูกทาง


ขอบคุณภาพจาก Google

ไม้จิ้มฟัน ไม่จิ้มฟัน (Toothpick)


 

ไม้จิ้มฟัน (Toothpick) สำหรับนกแล้วไม่ได้ใช้จิ้มฟัน ส่วนใหญ่นกจะใช้ไหมขัดฟันเสียมากกว่า เพื่อนๆ หลาย ๆคนที่นกรู้จักก็ไม่ใช้เพราะจะทำให้เสียสุขภาพของฟัน แต่หากต้องใช้จริงๆ ก็ใช้ได้แต่นกจะเลี่ยงไม่ใช้



ส่วนใหญ่แล้วนกจะใช้ไม้จิ้มฟันมาจิ้มของว่างทางเล่น หรือไม่ก็ผลไม้  ไม่จำเป็นต้องใช้ช้อนอีกทั้งยังสะดวกไม่ทำให้มือเลอะเทอะ ในการหยิบจับใช้เสร็จก็ทิ้งไม่ต้องมาล้างให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ไม้จิ้มฟันยังสามารถ ตกแต่งให้ดูอาหารดูสวยงามน่ากินอีกด้วย




Cheese Hedgehog ภาพจาก Google



Cheese Pineapple Hedgehog ภาพจาก Google


อย่างวันนี้นกใช้ไม้จิ้มฟันในการทำอาหารค็อกเทลที่เราเรียกว่าไฟจราจร (Traffic Light) สีแดง แทนด้วยมะเขือเทศ สีเหลือง แทนด้วยชีส และสีเขียว แทนด้วยแตงกวา เป็นอาหารว่าง และองุ่นกับชีส เป็นของทานเล่นระหว่างดูทีวีกับแฟนคลับในช่วงวันหยุดปีใหม่





สวัสดีปีใหม่ปี2022 ขอให้ทุก ๆ ท่านมีความสุขมากๆ ตลอดปีใหม่นี้นะค่ะ



Live and Learn (ลีฟแอนด์เลิร์น /อยู่และเรียนรู้)

ถ้าจะให้พูดถึงเพลงที่ช่วงนี้อยากได้ยินและอยากจะร้องมากที่สุดคงไม่พ้นเป็นเพลงLive and Learn (ลีฟแอนด์เลิร์น /อยู่และเรียนรู้) ประพันธ์โดยคุณบอย โกสิยพงษ์  และขับร้องโดยคุณกมลา สุโกศล  เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม : Millions Ways to Love Part 1 เนื้อเพลงเขียนได้ตรงใจมาก ๆ เลยนำมาให้เพื่อน ๆ ที่ต้องการกำลังใจได้ร้องกัน ในเนื้อหาของเป็นเพลงนั้นเกี่ยวกับการให้กำลังใจให้คนเรายืนหยัดต่อสู้กับชีวิตที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิดหลาย ๆ คนกำลังต้องการกำลังใจให้กับชีวิตผ่านพ้นช่วงวิกฤตในหลาย ๆ ด้าน ไปให้ได้


เมื่อวันที่ชีวิต

เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน

จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ

ความสุขความทุกข์

ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่

จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน

เพราะชีวิตคือชีวิต

เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป

มีสุขสมมีผิดหวัง

หัวเราะหรือหวั่นไหว

เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน

เติมความคิดสติเราให้ทัน

อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน

และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

สุขก็เตรียมไว้

ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล

จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว

เพราะชีวิตคือชีวิต

เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป

มีสุขสมมีผิดหวัง

หัวเราะหรือหวั่นไหว

เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน

เติมความคิดสติเราให้ทัน

อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน

และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

โฮ โฮ โฮ โฮ โฮ โฮ โฮ โฮ ...

อยู่ที่เรียนรู้ ยอมรับมัน

อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน

และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด




ขอบคุณเพลงจาก https://www.youtube.com/