มิจฉาชีพแย่งชิงกระเป๋า

ประสบการณ์เผชิญหน้ากับมิจฉาชีพของคนสำคัญในครอบครัวของนกโดนมิจฉาชีพแย่งชิงกระเป๋า ตอนนั้นแม่อยู่ในช่วงวัยกลางคน ตอนนี้ท่านเกษียณอยู่บ้านปลูกต้นไม้ ทำขนม น้ำเต้าหู้ ฯลฯ  ขายที่บ้านแก้เหงา เหตุการณ์เกิดขึ้นในตอนเช้าของวันหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่การจารจรบนท้องถนนเงียบ  



ภาพจาก Google


ทุกๆ เช้าแม่ของเราจะขีมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน จะออกจากบ้านตอนเช้าประมาณ หกโมงครึ่ง ทุกๆครั้งเวลาไป ทำงานแม่จะใช้กระเป๋าสะพายใบเก่าแบบสะพายไหล่ใส่ของจุกจิกสำหรับผู้หญิงเอาไว้ แต่วันนั้นแม่เปลี่ยนกระเป๋าอีกใบไปทำงาน เพราะช่วงบ่าย ๆ จะไปงานเลี้ยงของเพื่อนร่วมงาน กระเป๋าถือใบนั้นดูดีมีราคาเป็นกระเป๋าที่น้องสาวเราซื้อให้ พวกเราเรียกกันว่า "กระเป๋าคุณนาย"  แม่ใช้กระเป๋าใบนี้ประจำเวลาท่านออกงานเป็นประจำ แม่ไม่ได้คิดอะไรเพราะขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานแบบนี้อยู่ทุกวัน  




ภาพจาก Google


ระหว่างทางที่ไปทำงานนั้น มีขี่มอเตอร์ไซค์อีกคันขี่ตามหลังมาแม่ก็เลี่ยงให้มอเตอร์ไซค์คันนั้นขี่ขึ้นไปก่อน แต่มอเตอร์ไซค์คันนี้ตีคู่มาใก้ลกับมอเตอร์ไซค์ของแม่ คนที่นั่งหลังได้โอกาสกระชากกระเป๋าถือที่คล้องกับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ทรงตัวไม่อยู่ รถมอเตอร์ไซค์ล้มลง คนร้ายได้กระเป๋าพร้อมทั้งขี่มอเตอร์ไซค์หนีไปอย่างเร็ว  




ภาพจาก Google


แม่เป็นคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์แบบเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบเหมือนวัยรุ่น การแต่งกายของท่านจะสวมเสื้อแจ็คเก็ต กางเกงขายาว และหมวกกันน็อคเรียกว่าแต่งรัดกุมพอควร จึงทำให้เวลาล้มไม่บาดเจ็บร้ายแรงมาก มีแผลที่หัวเข่า ฝ่ามือ และเคล็ดขัดยอก เพราะแม่พยายามประคองรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ล้มทิ้งตัวทันทีทันใด บาดแผลที่ได้รับถือว่าบาดเจ็บเยอะสำหรับวัยกลางคนแบบแม่ โชคดีที่มีรถยนต์ขับผ่านมาเห็นเลยช่วยเหลือแม่เอาไว้ โดยติดต่อรถกู้ภัยมารับแม่ไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาตัว เรารู้เรื่องตกใจมากๆ เอาความผิดกับใครไม่ได้ เพราะแม่ตกใจกับเหตุการณ์จำไม่ได้ว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นสีอะไร ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ส่วนกระเป๋าที่คนร้ายได้ไปข้างในมีมูลค่าไม่มากเพราะกระเป๋าสตางค์แม่เก็บไว้เสื้อแจ็คเก็ต แม่ไม่ได้เข้าแจ้งความ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นเวลาแม่ขี่มอเตอร์ไซค์จะสะพายกระเป๋าเฉียงลำตัวแล้วก็ใส่สื้อแจ็คเก็ตบังอีกครั้ง ทำให้เห็กระเป๋าไม่เด่นชัด ป้องกันเหตุร้ายจากมิจฉาชีพ




ภาพจาก Google